ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม เวมบลีย์, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 84,808 คน
รายการ คอมมิวนิตี้ ชิลด์
เวลา 21.00 น. วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม 2551
ผู้ตัดสิน ปีเตอร์ วอลตัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะจุดโทษ 3-1
แล้วแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ชูถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เป็นครั้งที่ 13 ของสโมสร หลังจากที่เอาชนะปอร์ทสมัธ ได้ด้วยการดวลจุดโทษในสนามเวมบลีย์ หลังจากที่เสมอกันไปในช่วง 90 นาที 0 – 0
เกมโดยรวมแมนฯ ยูไนเต็ด ครองเกมได้มากกว่าและมีโอกาสบุกขึ้นไปทำประตูได้บ่อยครั้ง แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเดวิด เจมส์ ผู้รักษาประตูปอร์ทสมัธ ทำให้ทีมปีศาจแดงไม่สามารถทำประตูได้ ทั้งการเซฟลูกยิงสุดสวยของดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และคาร์ลอส เตเบซ ในช่วงครึ่งหลัง
ในช่วง 45 นาทีแรกของเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ครองเกมได้มากกว่า และโอกาสทำประตูสำคัญของแมนฯ ยูไนเต็ด คือจังหวะที่นานี่ ลากบอลหลบเกลน จอห์นสัน มาได้ และเปิดต่อให้กับเฟล็ทเชอร์ ได้ยิงจากระยะเพียง 6 หลา แต่ก็ยิงข้ามคานออกไป
ในช่วงครึ่งหลังแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงครองเกมได้มากกว่า และเกือบได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 50 จากลูกเตะมุมของนานี่เข้ากลาง เดวิด เจมส์ ชกบอลออกมาเข้าทาง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ได้ชิพแต่บอลก็ข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
กลับมาอีกฝั่งหนึ่ง ปีเตอร์ เคร้าซ์ ได้ลองยิงไกลบ้างจากระยะ 20 หลา แต่บอลก็หลุดออกนอกกรอบไป
มาถึงนาทีที่ 70 เตเบซ ได้ยิงจากระยะ 20 หลา ทำท่าว่าจะมุดเข้าประตู แต่เจมส์ ก็กระโดดปัดออกไปได้
จนถึง 15 นาทีสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะได้โอกาสที่ทำประตูขึ้นนำ เมื่อ เฮอร์มันน์ ไฮร์ดาร์สสัน ทำฟาล์วเตเบซ ล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน ปีเตอร์ วอลตัน กลับไม่เป่าให้เป็นจุดโทษ
นาที 78 แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยน เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ลงเล่นแทนนานี่ และเขาก็เกือบทำประตูได้ในอีก 2 นาทีถัดมา โดยเขาได้ยิงจากระยะ 20 หลาแต่บอลก็เหินข้ามคานออกไป
จบเกม 90 นาที ทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไป 0 – 0 ทำให้ต้องตัดสินแชมป์กันโดยการดวลจุดโทษ และหลังจากที่เคยเอาชนะเชลซี มาแล้วในการดวลจุดโทษในถ้วยนี้เมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดก็ดวลจุดโทษชนะเชลซี ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในครั้งนี้
ปอร์ทสมัธ เริ่มยิงก่อนโดย ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า แต่เขากลับยิงข้ามคานออกไป จากนั้นคนแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด คือ คาร์ลอส เตเบซ และก็ยิงไม่พลาด แมนฯ ยูไนเต็ด นำอยู่ 1 – 0
คนที่สองของปอมปีย์ คือเดโฟ และเขาก็ยิงเข้าประตูไป ตามด้วยคนที่สองของแมนฯ ยูไนเต็ด คือไรอัน กิ๊กส์ ซึ่งก็ไม่พลาดเช่นกัน แมนฯ ยูไนเต็ด 2 ปอร์ทสมัธ 1
อาร์โนลด์ เอ็มวูเอ็มบ้า คือคนที่สามของปอร์ทสมัธ และเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ก็โชว์ความยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการใช้ขาป้องกันลูกยิงของ เอ็มวูเอ็มบ้า ไว้ได้ ตามด้วยลูกยิงของไมเคิล คาร์ริค ที่พุ่งเข้ากลางประตูไปอย่างง่ายดาย แมนฯ ยูไนเต็ด 3 ปอร์ทสมัธ 1
คนที่สี่ของปอร์ทสมัธคือ เกล็น จอห์นสัน และเขาก็ยิงพลาด และนั่นก็ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ถ้วยคอมมิวนิตี้ ชิลด์ มาครอง โดยไม่ต้องออกแรงถึงนักเตะคนที่ 4 และ 5 เป็นถ้วยการกุศลครั้งที่ 13 ของแมนฯ ยูไนเต็ด และถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทีมปีศาจแดงในฤดูกาล 2008/09 บรรยายเกมโดย โอปอล
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
แกรี่ เนวิลล์ 2 ( น.61)
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
เนมานย่า วิดิช 15 ( น.44)
ปาทริซ เอฟร่า 3
จอห์น โอเชีย 22
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24
พอล สโคลส์ 18
ไรอัน กิ๊กส์ 11
นานี่ 17
คาร์ลอส เตเบซ 32
สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
เวส บราวน์ 6 น.66 แกรี่ เนวิลล์ 2
จอนนี่ อีแวนส์ 23
ราฟาเอล ดา ซิลวา 21
ไมเคิล คาร์ริค 16 น.66 จอห์น โอเชีย 22
โรดริโก้ พอสเซบอน 34
เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ 31 น.79 นานี่ 17
ปอร์ทสมัธ
เดวิด เจมส์ 1
เกล็น จอห์นสัน 5
โซล แคมป์เบลล์ 23
ซิลแวง ดิสแตง 15 ( น.37)
เฮอร์มันน์ ไฮร์ดาร์สสัน 7
ปาปา บูบา ดิยอฟ 8
เปโดร เมนเดส 30
ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า 6
นิโก้ ครานจ์ก้าร์ 19
ปีเตอร์ เคร้าซ์ 9
เจอร์เมน เดโฟ 14
สำรอง
เจมี่ แอชดาวน์ 21
โลร็อง 4 น.79 เฮอร์มันน์ ไฮร์ดาร์สสัน 7
มาร์ติน เครนี่ 20
ฌิมี่ ตราโอเล่ 32
จอห์น ยูทาก้า 17 น.60 นิโก้ ครานจ์ก้าร์ 19
อาร์โนลด์ เอ็มวูเอ็มบ้า 18 น.75 เปโดร เมนเดส 30
เบน ซาฮาร์ 26
สถิติของเกม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู 0, ยิงตรงกรอบ 6, ยิงหลุดกรอบ 7, โดนบล็อค 4, เตะมุม 10, ฟาวล์ 15, ล้ำหน้า 2, ใบเหลือง 2, การครองบอล 60%
ปอร์ทสมัธ ประตู 0, ยิงตรงกรอบ 1, ยิงหลุดกรอบ 7, โดนบล็อค 2, เตะมุม 1, ฟาวล์ 9, ล้ำหน้า 1, ใบเหลือง 1, การครองบอล 40%
Por