ภาพการแข่งขัน | วีดีโอคลิป
สนาม แอนฟิลด์, อังกฤษ
ผู้ชมในสนาม 44,403 คน
รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
เวลา 19.45 น. วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2550
ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน
แล้วแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีโชคและเก็บชัยชนะได้อีกครั้งจากลูกยิงของจอห์น โอเชีย ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ทีมบุกไปเอาชนะลิเวอร์พูล ได้ถึงแอนฟิลด์ 0 – 1
แม้ว่าแมนฯ ยูไนเต็ดจะเสียเวย์น รูนี่ย์ ไปเพราะอาการบาดเจ็บในนาทีที่ 73 และต้องเสียพอล สโคลส์ไปเพราะถูกใบแดงไล่ออกในจังหวะที่ปะทะกับ ซาบี้ อลอนโซ่ ในนาทีที่ 86 ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเล่นเพียง 10 คนในช่วง 4 นาทีสุดท้าย แต่แล้วโอเชีย ซึ่งลงเล่นแทนรูนี่ย์ ก็เป็นฮีโร่ให้ทีมยิงประตูชัยได้
ราฟาเอล เบนิเตซ ใช้นักเตะชุดใหญ่ในนัดนี้ แม้ว่าในช่วงกลางสัปดาห์พวกเขาต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของบาร์เซโลน่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากในนัดนี้พวกเขาก็ต้องการเก็บ 3 แต้มเช่นกัน เพื่อจะได้มีคะแนนตามติดทีมอันดับ 2 อย่างเชลซี ได้มากขึ้น และในช่วง 45 นาทีแรกพวกเขาก็ทำได้ดีทีเดียว
ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ เกือบทำประตูให้ทีมขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 26 จากจังหวะที่ลิเวอร์พูล ได้ฟรีคิกแต่ก็ยิงออกนอกกรอบไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นอีก 4 นาทีแมนฯ ยูไนเต็ด ก็รอดพ้นการเสียประตูอีกครั้ง จากจังหวะที่เคร็ก เบลลามี่ ล็อคบอลหลบเนมานย่า วิดิช ไปได้ และเปิดบอลเข้ากลาง แต่บอลแรงและลึกเกินไปทำให้เดิร์ก เคาท์ เข้าไม่ถึงบอล
ในวันนี้ลิเวอร์พูล เจอเกมที่ไม่ยากเท่าไร เนื่องจากแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยได้บุกมากนักจะมีก็จังหวะหนึ่งที่เจมี่ คาร์ราเกอร์ ต้องเคลียร์บอลจากเท้าของรูนี่ย์ ก่อนที่เขาจะได้สับไกยิงในกรอบเขตโทษ
45 นาทีแรกทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้ เริ่มเกมในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงรักษาเกมไว้ได้ และบุกตลอดแต่ก็ยังทำประตูไม่ได้
สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้ยิงจากระยะ 12 หลา แต่ก็ข้ามคานออกไป จากนั้นเบลลามี่ ก็ทำให้ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องออกแรงป้องกันประตูจากลูกยิงของเขา ก่อนที่เขาจะได้โอกาสส่งบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ก็เป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว
หลังจากนั้นลิเวอร์พูล ก็ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง รีเซ่ได้ยิงจากระยะ 25 หลา แต่บอลก็ข้ามคานออกไป
ถึงนาทีที่ 67 แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มปรับเกมโดยส่งหลุยส์ ซาฮา ลงเล่นแทนเฮนริก ลาร์สสัน ซึ่งลงเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ ลีก เป็นนัดสุดท้าย ก่อนหมดสัญญายืมตัวและกลับเฮลซิงบอร์ก ในช่วงกลางเดือนมีนาคม
จากนั้นอีก 6 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกครั้งเมื่อรูนี่ย์ ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนได้เลือด จากจังหวะที่ถูกคาร์ราเกอร์ เข้าทำฟาวล์ เฟอร์กี้จึงส่งโอเชีย ลงเล่นแทน
ก่อนหมดเวลา 12 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดการได้จุดโทษ จากจังหวะที่ซาฮาถูกดาเนียล แอกเกอร์ เตะล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินมาร์ติน แอตกินสัน กลับไม่ให้เป็นจุดโทษ
จากนั้นในนาทีที่ 86 แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องเสียนักเตะไปอีก 1 คน ในจังหวะที่อลอนโซ่ ดึงสโคลส์ และสโคลส์ เหวี่ยงหมัดเฉี่ยวหน้าอลอนโซ่ เพียงเล็กน้อย เมื่อดูจากเจตนาแล้วผู้ตัดสินจึงให้ใบแดงกับสโคลส์ ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในช่วง 4 นาทีสุดท้าย
หลังจากนั้นฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องออกแรงปัดลูกยิงของเคร้าช์ ช่วยให้ทีมไม่เสียประตูไว้ได้
เกมซึ่งดูเหมือนว่าทั้งสองทีมจะแบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม แต่แล้วในนาทีสุดท้ายแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ทำประตูได้ จากจังหวะที่กิ๊กส์ ถูกทำฟาวล์ และโรนัลโด้ รับหน้าที่ยิงฟรีคิกเรน่า ปัดบอลออกมาได้แต่บอลไปเข้าทางโอเชีย ซึ่งยิงซ้ำเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
แมนฯ ยูไนเต็ดเก็บ 3 แต้มไปได้อีก 1 นัด แต่ก็ต้องเสียสโคลส์ ที่จะติดโทษแบน 3 นัดและรูนี่ย์ที่ได้รับการบาดเจ็บที่หัวเข่าซึ่งยังต้องรอดูอาการต่อไป (บรรยายเกมโดย โอปอล)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล
โฆเซ่ เรน่า 25
สตีฟ ฟินแนน 3
เจมี่ คาร์ราเกอร์ 23 ( น. 72)
ดาเนียล แอกเกอร์ 5
ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ 6
สตีเว่น เจอร์ราร์ด 8
ซาบี้ อลอนโซ่ 14 ( น. 41)
โมฮัมเม็ด ซิสโซโก้ 22
มาร์ค กอนซาเลซ 11
เดิร์ก เคาท์ 18
เคร็ก เบลลามี่ 17
สำรอง
เจอร์ซี่ ดูเด็ก 1
ซามี่ ฮูเปีย 4
ฟาบิโอ ออเรลโล่ 12 น. 60 มาร์ค กอนซาเลซ 11
เจอร์เมน เพนแนนท์ 16 น. 69 เคร็ก เบลลามี่ 17
ปีเตอร์ เคร้าช์ 15 น. 79 โมฮัมเม็ด ซิสโซโก้ 22
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1
แกรี่ เนวิลล์ 2 ( น. 81)
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
เนมานย่า วิดิช 15
ปาทริซ เอฟร่า 3
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7
ไมเคิล คาร์ริค 16 ( น. 43)
พอล สโคลส์ 18 ( น. 86)
ไรอัน กิ๊กส์ 11
เวย์น รูนี่ย์ 8
เฮนริก ลาร์สสัน 17
สำรอง
โทมัสซ์ คุสซ์แซค 29
เวส บราวน์ 6
จอห์น โอเชีย 22 ( น. 91) น. 73 เวย์น รูนี่ย์ 8
มิเกล ซิลแวสตร์ 27 น. 63 ปาทริซ เอฟร่า 3
หลุยส์ ซาฮา 9 น. 67 เฮนริก ลาร์สสัน 17
สถิติของเกม
ลิเวอร์พูล ประตู 0, ยิงตรงกรอบ 4, ยิงหลุดกรอบ 7, โดนบล็อค 4, เตะมุม 12, ฟาวล์ 11, ล้ำหน้า 2, ใบเหลือง 2, การครองบอล 52%
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประตู 1, ยิงตรงกรอบ 2, ยิงหลุดกรอบ 2, โดนบล็อค 1, เตะมุม 2, ฟาวล์ 13, ล้ำหน้า 1, ใบเหลือง 2, ใบแดง 1, การครองบอล 48%
คะแนนความสามารถ
ลิเวอร์พูล โฆเซ่ เรน่า 6, สตีฟ ฟินแนน 6, เจมี่ คาร์ราเกอร์ 8, ดาเนียล แอกเกอร์ 7, ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ 7, สตีเว่น เจอร์ราร์ด 7, ซาบี้ อลอนโซ่ 7, โมฮัมเม็ด ซิสโซโก้ 7, มาร์ค กอนซาเลซ 6, เดิร์ก เคาท์ 7, เคร็ก เบลลามี่ 7, ฟาบิโอ ออเรลโล่ (สำรอง) 6, เจอร์เมน เพนแนนท์ (สำรอง) 6, ปีเตอร์ เคร้าช์ (สำรอง) 6
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 7, แกรี่ เนวิลล์ 6, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 7, เนมานย่า วิดิช 5, ปาทริซ เอฟร่า 6, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 7, ไมเคิล คาร์ริค 6, พอล สโคลส์ 7, ไรอัน กิ๊กส์ 7, เวย์น รูนี่ย์ 6, เฮนริก ลาร์สสัน 6, จอห์น โอเชีย (สำรอง) 7, มิเกล ซิลแวสตร์ (สำรอง) 6, หลุยส์ ซาฮา (สำรอง) 7
Por